วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

น้ำยาเอนกประสงค์

                                        น้ำยาเอนกประสงค์
เตรียมนํ้าด่าง หรือนํ้าเปล่า 5 ลิตร เกลือ 1 กิโล N 70 1 กิโล

นำเกลือ 1 กิโล ใส่ลงไปในนํ้า  5 ลิตร

คนให้เกลือละลาย และทิ้งไว้ให้ตกตะกอน

แล้วนำ N70 เทใส่ลงไปในถัง

แล้วคนไปทางเดียวกันให้ N 70กลายเป็นสีขาว

หลังจากนั้นให้เอานํ้าด่างที่ผสมเกลือ ตักมาใส่ก่อน 1 แก้ว

แล้วคนให้เข้ากัน

พอคนเข้ากันแล้วก็ทยอยใส่นํ้าด่างจนกว่านํ้าด่าง 5 ลิตรหมดและแล้วก็จะได้นํ้ายาเอนกประสงค์ ที่เก็บได้นาน ถึง 1 ปี โดยที่ไม่ต้องใส่สารกันบูด

                                    น้ำยาล้างจาน จากมะกรูด
 
ทีนี้เราจะมาทำนํ้ายาล้างจานกัน

นำมะกรูดมาผ่าครึ่ง

แล้วนำไปต้มให้เดือดแล้วพักให้เย็น  แล้วก็บีบแล้วนำไปกรอง

หลังจากนั้นก็ทำนํ้ายาล้างจานด้วยอัตราส่วน  1:1
นํ้ายาเอนกประสงค์ 1 ส่วน
นํ้ามะกรูด           1 ส่วน
แล้วคนให้เข้ากัน พร้อมใช้ได้เลยค่ะ

                                น้ำหมักจากเปลีอกสับปะรด

นําเปลือกสับปะรดไปต้มให้เดือดแล้วพักให้เย็นแล้วนำไปกรอง
หลังจากนั้นก็ทำนํ้ายาซักผ้าด้วยอัดตราส่วน 1:1
นํ้ายาเอนกประสงค์  1  ส่วน
นํ้าสับปะรด          1  ส่วน
แล้วคนให้เข้ากันพร้อมใช้ได้เลยค่ะ


                    สูตรน้ำยาเอนกประสงค์
ส่วน​ผสม 
  • N70 (หัวแชมพู)                     1     ​กิ​โลกรัม
  • F24 (สารขจัดคราบไขมัน)      1/2  ​กิ​โลกรัม
  • เกลือ​                                    1-1.5 ​กิ​โลกรัม
วิธีทำ
  1. ต้มเกลือ​โดย​ใช้​น้ำ​ 2-3 ​ลิตร​ ​จนเกลือละลายหมด​ ​ตั้ง​ไว้​จนเย็น
  2. เอา​ N 7O ​ผสม​กับ​ F 24 ​กวน​ให้​เข้า​กัน​ ​ราว​ 10 ​นาที
  3. ค่อยๆ​เทน้ำ​เกลือลงไปทีละน้อยๆ​ ​แล้ว​กวน​ให้​เข้า​กัน​ ​จนหมด
  4. หลัง​จาก​นั้น​ ​เติมน้ำ​ลงไป​และ​กวนเรื่อยๆ​ ​โดย​ใช้​น้ำ​ประมาณ​ 10-15 ​ลิตร​ ​ทั้ง​นี้​ให้​สังเกตว่า​ ​ความ​ข้นของน้ำ​ยาอเนกประสงค์​ ​หาก​ยัง​ข้น​หรือ​เหนียวมาก​ ​ก็​สามารถ​เติมน้ำ​เปล่า​ ​ลงไป​ได้​อีก​ ​จนเห็นว่า​ ​ได้​ความ​ข้นที่​เหมาะสม
  5. ใส่​หัวน้ำ​หอม​ ​กวน​ให้​เข้า​กัน​ ​แล้ว​ตั้งทิ้ง​ไว้​จนฟองยุบ​(1 ​คืน) ​แล้ว​ตัก​ใส่​ขวดเอา​ไว้​ใช้
นอก​จาก​นี้​ ​อาจ​จะ​ใช้​น้ำ​ผลไม้​เปรี้ยว​ ​หรือ​น้ำ​หมัก​จาก​ผลไม้​เปรี้ยวทดแทนน้ำ​ได้​บ้าง​
 ​ไม่​ยาก​ใช่​มั๊ยครับ​ ​ตอนที่ผมทำ​ผม​ใช้​ส่วน​ผสมครึ่งหนึ่งของสูตรนี้ก็​ได้​น้ำ​ยาล้างจานประมาณ​ 10 ​ลิตร​ ​ด้วย​เงินลงทุน​ 55 ​บาท​ ​แจกคน​ใน​ละ​แวก​ใกล้ๆ​ ​บ้านจนหมด​ ​ผลตอบรับที่กลับมา​เป็น​เสียงเดียว​กัน​ว่า​ "ดีกว่าน้ำ​ยาล้างจานยี่ห้อ​..." ​ไม่​พูด​ถึง​นะครับว่ายี่ห้ออะ​ไร
เห็นมั๊ยครับว่า​ถ้า​สามารถ​ทำ​เอง​ได้​ประหยัดกว่าซื้อตั้งเยอะ​ ​เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงอย่าทำ​ให้​เป็น​เรื่องยาก​ ​ถ้า​อันไหนที่ทำ​แล้ว​สามารถ​พึ่งตัวเอง​ได้​ก็​เป็น​ส่วน​หนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียง​แล้ว​ครับ​ ​อีกอย่างคุณก็​จะ​เป็น​ "คนมีน้ำ​ยา​"

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ไผ่ สร้างชาติ

ไผ่




พันธุ์ไผ่ตงที่กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำคือ
1. ไผ่ตงดำ
พันธุ์ไผ่ตงชนิดนี้ลำต้นจะมีสีเขียวเข้ม อมดำ ใบจะมีสีเขียวเข้ม หนาใหญ่และมองเห็นร่องใบได้ชัดเจน หน่อจะมีขนาดปานกลางน้ำหนักโดยเฉลี่ย 3-6 กิโลกรัม หน่อไม้ไผ่ตงชนิดนี้จะมีรสหวาน กรอบ เนื้อเป็นสีขาวละเอียดและไม่มีเสี้ยน จึงเป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกเพื่อผลิตหน่อและทำตงหมก ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพของหน่อให้ดีขึ้นไปอีก พันธุ์ไผ่ตงชนิดนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นพันธุ์ที่ให้หน่อที่มีคุณภาพและมีชื่อเรียกจนเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า "ไผ่ตงหวาน"

2. ไผ่ตงเขียว
พันธุ์ไผ่ตงเขียวนี้จะมีขนาดของลำต้นเล็กและสั้นกว่าไผ่ตงดำ สีของลำต้นจะเป็นสีเขียว เนื้อไม้บาง ไม่ค่อยแข็งแรง ถ้ามีลมแรง ๆ ทำให้หักพับลงมาได้ง่าย ใบมีขนาดปานกลาง บางและสีเขียวเข้ม จับแล้วไม่สากมือ หน่อมีน้ำหนัก 1-4 กิโลกรัม หน่อไม้ไผ่ตงชนิดนี้จะมีรสชาติหวานอมขื่นเล็กน้อย เนื้อเป็นสีขาวอมเหลือง นอกจากนี้แล้วไผ่ตงเขียวยังมีความคงทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี เหมาะที่จะปลูกใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีผู้นิยมปลูกกันมากไม่แพ้ไผ่ตงดำ


 
ประโยชน์ของไม้ไผ่
1.  ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ
-   ป้องกันการพังทลายของดินตามริมฝั่ง
-   ช่วยเป็นแนวป้องกันลมพายุ
-   ชะลอความเร็วของกระแสน้ำป่าเมื่อฤดูน้ำหลากกันภาวะน้ำท่วมฉับพลัน
-   ให้ความร่มรื่น
-   ใช้ประดับสวน จัดแต่งเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจในบ้านเรือน
2.  ประโยชน์จากลักษณะทางฟิสิกส์ จากความแข็งแรง ความเหนียว การยืดหด ความโค้งงอ และการสปริงตัว ซึ่งเป็นคุณลักษณะประจำตัวของไม้ไผ่ เราสามารถนำมันมาใช้เป็นวัสดุเสริมในงานคอนกรีต และเป็นส่วนต่างๆ ของการสร้างที่อยู่อาศัยแบบประหยัดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
3.  ประโยชน์จากลักษณะทางเคมีของไม้ไผ่ - เนื้อไผ่ใช้บดเป็นเยื่อกระดาษ
- เส้นไยใช้ทำไหมเทียม
- เนื้อไผ่บางชนิดสามารถสกัดทำยารักษาโรคได้
- ใช้ในงานอุตสาหกรรมนานาชนิด
4  การใช้ไม้ไผ่ในผลิตภัณฑ์หัตถกรรม และอุสาหกรรม  แบ่งออก






ได้   ดังนี้        ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากเส้นตอก ได้แก่ กระจาด  กระบุง  กระด้ง  กระเช้าผลไม้  ตะกร้าจ่ายตลาด  ชะลอม  ตะกร้าใส่ขยะ  กระเป๋าถือสตรี   เข่งใส่ขยะ  เครื่องมือจับสัตว์น้ำ เช่น ข้องใส่ปลา  ลอบ  ไซ ฯลฯ
ผลิตภัณฑ์จากลำต้น และกิ่งของไม้ไผ่  ได้แก่  เก้าอี้  โต๊ะ  ชั้นวางหนังสือ  ทำด้ามไม้กวาด ไม้เท้า คันเบ็ด ราวตากผ้า โครงสร้างบ้านส่วนต่างๆ ทำแคร่ นั่งร้านก่อสร้าง  ท่อส่งน้ำ    รางน้ำ
ผลิตภัณฑ์จากเนื้อไม้ไผ่ ได้แก่  ถาดใส่ขนม   ทัพพีไม้    ตะเกียบ    ไม้เสียบอาหาร
 กรอบรูป  ไม้ก้านธูป ไม้พาย ไม้เกาหลัง เครื่องดนตรี พื้นบ้าน ไม้บรรทัด  
        ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไผ่ซีกได้แก่  โครงโคมกระดาษ   โครงพัด  โครงร่ม  ลูกระนาด
 คันธนู  พื้นม้านั่ง  แผงตากปลา  สุ่มปลา  สุ่มไก่

       5. ประโยชน์ทางด้านการบริโภค เช่น การนำหน่อไม้ไผ่มาทำเป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นซุบ แกง ต้ม หรือนำมาดองจิ้มน้ำพริก
ไผ่ตงก็เหมือนต้นไม้ทั่ว ๆ ไป ต้องมีการตัดแต่งหลังการเก็บเกี่ยวหน่อในช่วงฤดูฝน โดยแต่งกอในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ควรตัดแต่งกอให้สะอาด โดยดำเนินการดังนี้
  1. ตัดกิ่งเป็นโรค และกิ่งแห้งออก
  2. กอไผ่ตงที่อายุ 1-2 ปี จะไม่มีการตัดหน่อ ทั้งนี้เพื่อไว้เป็นลำสำหรับเลี้ยงกอ ให้เจริญเติบโตและขยายกอใหญ่ขึ้น
  3. กอไผ่ตงที่มีอายุ 2 ปี ให้เลือกตัดหน่อที่ชิดลำอื่น หน่อที่ไม่สมบูรณ์ และหน่อตีนเต่าออก เหลือไว้เพียง 5-7 หน่อ ต่อกอ
  4. กอไผ่ตงที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป ให้เลือกตัดลำที่แก่อายุเกิน 3 ปีขึ้นไป ออกขายหรือใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม โดยเหลือลำแม่ที่สมบูรณ์ไว้ประมาณ 10-20 ลำต่อกอ เพื่อเลี้ยงกอและเลี้ยงหน่อที่ออกใหม่ การตัดลำแก่ออกนี้ควรตัดจากลำที่อยู่กลางกอ กอไผ่ตงจะได้โปร่งและขยายกอออกกว้างขึ้น

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มะละกอ


สรรพคุณของ มะละกอ : รากและก้านใบ ขับปัสสาวะ ยางขาวจากผลดิบมีเอ็นไซม์ย่อยโปรตีน ได้แก่ papain และ chymopapain ใช้ย่อยเนื้อสัตว์ให้เปื่อย นำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องในอุตสาหกรรมยาใช้เอ็นไซม์ผลิตเป็นยาเม็ด ลดอาการบวม การอักเสบจากบาดแผลหรือการผ่าตัด
ตำรับยาใช้ภายนอก

1.
รักษาแผลเรื้อรัง
ส่วนที่ใช้     ผลแก่ดิบ
       
ก่อนใช้ยาขนานนี้ควรทดสอบผิวก่อนว่าแพ้ยางมะละกอหรือไม่โดยใช้เอาเนื้อมะละกอไปทาที่ซอกหุหรือข้อพับแขน หากมีผื่นขึ้นหรือรู้สึกแสบร้อนไม่ควรใช้ยาขนานนี้
วิธีใช้        นำผลมะละกอลแก่สดไปปอดเปลือกแล้วล้างน้ำให้สะอาด สับให้เป็นเส้นเล็ก ๆ นำไปบดหรือตำให้ละเอียด นำไปพอกบริเวณแผล ปิดทับด้วยผ้า สะอาดเปลี่ยยาวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น จนกว่าแผลจะหาย

2.
ช่วยกัดแผล รักษาตาปลาย และหูด
ส่วนที่ใช้     ยางจากผลดิบ
          
ก่อนใช้ยาขนานนี้ควรทดสอบผิวก่อนว่าแพ้ยางมะละกอ หรือไม
วิธีใช้   ใช้ยางจากผลดิบทาบริเวณตาปลาหรือหัวหูดจนกว่าจะหาย

3.
แก้พิษตะขามหรือแมลงป่อง
ส่วนที่ใช้     ผลดิบแก่สด
       
ก่อนใช้ยาขนานนี้ควรทดสอบผิวก่อนว่าแพ้ยางมะละกอหรือไม่
วิธีใช้   ผ่านเนื้อมะละกอดิบเป็นแผ่นบาง ๆ ให้มียางซึมออกมา แล้วนำไปวางบริเวณที่ถูกต่อย

ตำรับยาใช้ภายใน
1.
ใช้เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก และท้องเสีย
ส่วนที่ใช้     ผลสุก
      
หากรับประทานมากประจำติดต่อกันนานจะทำให้เป็นโรคทีนีเนีย (โรคผิวสีเหลือง) เพรานะมะละกอสุกจะมีสารแคโรทีนอยอยู่ในปริมาณมาก
วิธีใช้    รับประทานผลสุกเมื่อมีอาการ

2.
ขับพยาธิเส้นด้ายในเด็ก
ส่วนที่ใช้   ยางและเมล็ด จากมะละกอแก่ดิบ
วิธีใช้   - ใช้ยางจากผลมะละกอดิบ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับไข่ 1 ฟอง ทอดให้เด็กทานให้หมดตอนเช้าขณะท้องว่าง
         - 
ใช้น้ำยางสด 1 ช้อนโต๊ะ  น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำร้อน 3 – 4 ช้อนโต๊ะ ให้รับประทานครั้งเดียวหมด สำหรับเด็กอายุมากกว่า 10 ขวบ ในเด็กอายุระหว่าง 7 – 10 ขวบ  ให้ลดย่างมะละกอเหลือครึ่งหนึ่ง  หลังจากทานยานี้  2  ชั่วโมงให้ทานน้ำมันละหุ่ง 2 – 3 ช้อนชา กระตุ้นให้ขับถ่ายออกมา ควรทานยานี้ติดต่อกัน 2 วัน
         -
ใช้เมล็ดมะละกอสดหรือ ที่แห้งใหม่ๆ 1 – 1.5 ช้อนกาแฟ คั่วไฟพอให้บดได้ง่าย บดแล้วผสมน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมพอหวาน ทานติดต่อกัน 2 – 3 วัน
มะละกอสุกยังมีประโยชน์อีกอย่างที่สำคัญคือ
         ในผลสุกจะมีวิตามินเอ แคลเซียม วิตามินบี1 วิตามินบี2 และสารอาหารที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ นั่นคือ เบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีสรรพคุณในด้านความงามเช่น บำรุงผิวพรรณ ลดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ชะลอความแก่ ฯลฯ นับได้ว่ามะละกอเป็นผลไม้เพื่อความงามก็ไม่น่าจะผิด
ประโยชน์ของมะละกอดิบ
          ที่เป็นที่รู้จักกันดีอีกอย่างหนึ่งคือการนำไปปรุงเป็นอาหาร "ส้มตำ" ซึ่งถือว่าเป็น "อาหารเพื่อสุขภาพ" ที่คนรู้จักกันดี ส่วนผลมะละกอสุกมีประโยชน์หลายอย่างไม่แพ้ผลมะละกอดิบเลยคือการกินผลมะละกอสุกจะช่วยบำรุงธาตุ เป็นตัวช่วยย่อยอาหารทำให้ระบบขับถ่ายดีและยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ทำให้ท้องไม่ผูก ผลมะละกอสุกยังนำไปทำเป็นเครื่องดื่มคือ "น้ำมะละกอ" ใช้ดื่มหลังอาหารช่วยในการย่อยอาหารและลดกรดในกระเพาะอาหารทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นเนื่องจากในผลมะละกอมีเอนไซม์ปาเปอีน(Papain) นั่นเอง





3 สูตรพอกหน้าด้วยมะละกอ
 
1. มาส์กมะละกอสุกล้วน สูตรนี้ใช้ผลมะละกอสุกอย่างเดียวเลยค่ะมีวิตามินซีและอีสูงมากจึงช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม แค่นำเนื้อมะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียดแล้วพอกหน้า โดยเว้นรอบดวงตาทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นจะรู้สึกผิวหน้าเต่งตึงและสดชื่นขึ้นเลยค่ะ

2. มาส์กมะละกอสุกกับข้าวโอ๊ต สูตรนี้ใช้ขัดผิวได้ดีเลยค่ะ โดยใช้มะละกอสุก 1 ผล ผสมกับข้าวโอ๊ต 3 ช้อนโต๊ะ ไข่ขาวดิบ 1 ฟอง และน้ำมะนาว 1 ลูก ปั่นรวมกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าโดยเว้นรอบดวงตาทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

3. มาส์กมะละกอกับน้ำผึ้ง สูตรนี้ช่วยลดกระฝ้าได้ดีแค่นำมะละกอสุกประมาณ 1 ผล ผสม น้ำผึ้ง 1 ถ้วยตวง และอัลมอนด์อีก 1/2 ถ้วยตวง ปั่นรวมกันจนละเอียด จากนั้นนำมาพอกหน้าโดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นค่ะ

กล้วยสร้างชาติ

กล้วยมีประโยชน์
กล้วยมีประโยชน์

 

ประโยชน์จากกล้วย

   กล้วยในเมืองไทย ที่นิยมรับประทานมีอยู่หลายพันธุ์  เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง  แต่สำหรับต่างชาติ  กล้วยที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นกล้วยหอม เพราะคุณสมบัติเรื่องกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์

   แต่กล้วยไม่ได้มีประโยชน์ในด้านการรับประทานอย่างเดียว  เรายังได้ประโยชน์จากด้านอื่นๆอีก  อาทิเช่น

สารอาหารที่ได้รับจากกล้วย  ได้แก่ 

- สารเทปโตแพน ( Trytophan ) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง  ร่างกายจะแปรไปเป็นสารซีโรโต  นิน ( Serotonin ) มีส่วนสำคัญต่อสมองส่วนการควบคุมอารมณ์ที่จะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ
- สารเซอโรโทนิน  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
- น้ำตาล  มีอยู่ 3 ชนิด  คือ ซูโครส ฟรักโทส  และกลูโคส   ที่ให้พลังงานเพราะร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้ในทันที
- เส้นใยอาหาร  ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
- ธาตุโพแทสเซียม ซึ่งช่วยควบคุมระบบความดันโลหิต ลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก
- นอกจากนี้ ยังมี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ไนอาซิน วิตามิน เอ บี1 บี2 บี6 และวิตามินซี

ด้านการใช้เป็นสมุนไพร   ต้นกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางสมุนไพรได้ทุกส่วน  ได้แก่ 

- ยางกล้วย ใช้เพื่อการห้ามเลือด
- ใบอ่อนของกล้วย  นำไปอังไฟพอนิ่ม ใช้ประคบแก้เคล็ดขัดยอก
- ก้านใบตอง  ตำให้แหลก ช่วยลดอาการบวมของฝี
- หัวปลี ทานเพื่อบำรุงน้ำนม และช่วยลดน้ำตาลในเลือด
- ผลดิบทั้งลูกบดกับน้ำสะอาดทานแก้ท้องเสีย
- ผลสุก ทานเป็นยาระบาย  ปรับระดับน้ำตาลในเลือด  แก้อาการซึมเศร้าหรืออาการเครียด
เปลือกกล้วย สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้

ด้านการประกอบอาหาร   ส่วนต่างๆของกล้วยนำมาประกอบอาหารได้แทบทั้งหมด  ได้แก่  หัวปลี  หยวกกล้วย โดยเฉพาะผลทั้งสุก ห่าม และดิบ

-  หัวปลีนำมาทานเป็น เครื่องเคียงน้ำพริกต่างๆ ต้มยำปลาช่อนใส่หัวปลี ผัดหัวปลีใส่หมู
-  หยวกกล้วย นำมาทำ แกงหยวกใส่ไก่ หมกฮวก หมกหมู (อาหารอีสาน)
-  ผลกล้วย ได้แก่   นอกจากจะนำมาทำขนม และของทานเล่นที่เรารู้จักกันดี  แม้แต่เบเกอรี** ยังสามารถนำกล้วยมาเป็นส่วนประกอบสำคัญได้ด้วย อาทิ เค้กกล้วยหอม บราวนี่กล้วยตาก  เอแคลร์กล้วยหอม  เค้กตะโก้กล้วยหอม  คุ้กกี้กล้วยตาก บาร์กล้วยตาก พายกล้วยหอม หรือจะเป็นเครื่องดื่ม สมู้ทตึ้กล้วยหอม  กล้วยหอมปั่น แม้แต่ไอศกรีมกล้วยหอมช็อกโกแลตชิพ ยังนำกล้วยมาเป็นส่วนสำคัญได้อย่างลงตัว  ตอนนี้ยังมีร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ นำกล้วยอบมาเป็นตัวชูโรงแคมเปญใหม่  ก็ได้รับการตอบรับจากนักทานไอศกรีมเป็นอย่างดี

   ต่างชาติ
กล้วยมีประโยชน์

 

ประโยชน์จากกล้วย

   กล้วยในเมืองไทย ที่นิยมรับประทานมีอยู่หลายพันธุ์  เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง  แต่สำหรับต่างชาติ  กล้วยที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นกล้วยหอม เพราะคุณสมบัติเรื่องกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์

   แต่กล้วยไม่ได้มีประโยชน์ในด้านการรับประทานอย่างเดียว  เรายังได้ประโยชน์จากด้านอื่นๆอีก  อาทิเช่น

สารอาหารที่ได้รับจากกล้วย  ได้แก่ 

- สารเทปโตแพน ( Trytophan ) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง  ร่างกายจะแปรไปเป็นสารซีโรโต  นิน ( Serotonin ) มีส่วนสำคัญต่อสมองส่วนการควบคุมอารมณ์ที่จะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ
- สารเซอโรโทนิน  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
- น้ำตาล  มีอยู่ 3 ชนิด  คือ ซูโครส ฟรักโทส  และกลูโคส   ที่ให้พลังงานเพราะร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้ในทันที
- เส้นใยอาหาร  ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
- ธาตุโพแทสเซียม ซึ่งช่วยควบคุมระบบความดันโลหิต ลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก
- นอกจากนี้ ยังมี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ไนอาซิน วิตามิน เอ บี1 บี2 บี6 และวิตามินซี

ด้านการใช้เป็นสมุนไพร   ต้นกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางสมุนไพรได้ทุกส่วน  ได้แก่ 

- ยางกล้วย ใช้เพื่อการห้ามเลือด
- ใบอ่อนของกล้วย  นำไปอังไฟพอนิ่ม ใช้ประคบแก้เคล็ดขัดยอก
- ก้านใบตอง  ตำให้แหลก ช่วยลดอาการบวมของฝี
- หัวปลี ทานเพื่อบำรุงน้ำนม และช่วยลดน้ำตาลในเลือด
- ผลดิบทั้งลูกบดกับน้ำสะอาดทานแก้ท้องเสีย
- ผลสุก ทานเป็นยาระบาย  ปรับระดับน้ำตาลในเลือด  แก้อาการซึมเศร้าหรืออาการเครียด
เปลือกกล้วย สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้

ด้านการประกอบอาหาร   ส่วนต่างๆของกล้วยนำมาประกอบอาหารได้แทบทั้งหมด  ได้แก่  หัวปลี  หยวกกล้วย โดยเฉพาะผลทั้งสุก ห่าม และดิบ

-  หัวปลีนำมาทานเป็น เครื่องเคียงน้ำพริกต่างๆ ต้มยำปลาช่อนใส่หัวปลี ผัดหัวปลีใส่หมู
-  หยวกกล้วย นำมาทำ แกงหยวกใส่ไก่ หมกฮวก หมกหมู (อาหารอีสาน)
-  ผลกล้วย ได้แก่   นอกจากจะนำมาทำขนม และของทานเล่นที่เรารู้จักกันดี  แม้แต่เบเกอรี** ยังสามารถนำกล้วยมาเป็นส่วนประกอบสำคัญได้ด้วย อาทิ เค้กกล้วยหอม บราวนี่กล้วยตาก  เอแคลร์กล้วยหอม  เค้กตะโก้กล้วยหอม  คุ้กกี้กล้วยตาก บาร์กล้วยตาก พายกล้วยหอม หรือจะเป็นเครื่องดื่ม สมู้ทตึ้กล้วยหอม  กล้วยหอมปั่น แม้แต่ไอศกรีมกล้วยหอมช็อกโกแลตชิพ ยังนำกล้วยมาเป็นส่วนสำคัญได้อย่างลงตัว  ตอนนี้ยังมีร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ นำกล้วยอบมาเป็นตัวชูโรงแคมเปญใหม่  ก็ได้รับการตอบรับจากนักทานไอศกรีมเป็นอย่างดี

   ต่างชาติ

 

ประโยชน์จากกล้วย

   กล้วยในเมืองไทย ที่นิยมรับประทานมีอยู่หลายพันธุ์  เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง  แต่สำหรับต่างชาติ  กล้วยที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นกล้วยหอม เพราะคุณสมบัติเรื่องกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์

   แต่กล้วยไม่ได้มีประโยชน์ในด้านการรับประทานอย่างเดียว  เรายังได้ประโยชน์จากด้านอื่นๆอีก  อาทิเช่น

สารอาหารที่ได้รับจากกล้วย  ได้แก่ 

- สารเทปโตแพน ( Trytophan ) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง  ร่างกายจะแปรไปเป็นสารซีโรโต  นิน ( Serotonin ) มีส่วนสำคัญต่อสมองส่วนการควบคุมอารมณ์ที่จะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ
- สารเซอโรโทนิน  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
- น้ำตาล  มีอยู่ 3 ชนิด  คือ ซูโครส ฟรักโทส  และกลูโคส   ที่ให้พลังงานเพราะร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้ในทันที
- เส้นใยอาหาร  ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
- ธาตุโพแทสเซียม ซึ่งช่วยควบคุมระบบความดันโลหิต ลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก
- นอกจากนี้ ยังมี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ไนอาซิน วิตามิน เอ บี1 บี2 บี6 และวิตามินซี

ด้านการใช้เป็นสมุนไพร   ต้นกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางสมุนไพรได้ทุกส่วน  ได้แก่ 

- ยางกล้วย ใช้เพื่อการห้ามเลือด
- ใบอ่อนของกล้วย  นำไปอังไฟพอนิ่ม ใช้ประคบแก้เคล็ดขัดยอก
- ก้านใบตอง  ตำให้แหลก ช่วยลดอาการบวมของฝี
- หัวปลี ทานเพื่อบำรุงน้ำนม และช่วยลดน้ำตาลในเลือด
- ผลดิบทั้งลูกบดกับน้ำสะอาดทานแก้ท้องเสีย
- ผลสุก ทานเป็นยาระบาย  ปรับระดับน้ำตาลในเลือด  แก้อาการซึมเศร้าหรืออาการเครียด
เปลือกกล้วย สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้

ด้านการประกอบอาหาร   ส่วนต่างๆของกล้วยนำมาประกอบอาหารได้แทบทั้งหมด  ได้แก่  หัวปลี  หยวกกล้วย โดยเฉพาะผลทั้งสุก ห่าม และดิบ

-  หัวปลีนำมาทานเป็น เครื่องเคียงน้ำพริกต่างๆ ต้มยำปลาช่อนใส่หัวปลี ผัดหัวปลีใส่หมู
-  หยวกกล้วย นำมาทำ แกงหยวกใส่ไก่ หมกฮวก หมกหมู (อาหารอีสาน)
-  ผลกล้วย ได้แก่   นอกจากจะนำมาทำขนม และของทานเล่นที่เรารู้จักกันดี  แม้แต่เบเกอรี** ยังสามารถนำกล้วยมาเป็นส่วนประกอบสำคัญได้ด้วย อาทิ เค้กกล้วยหอม บราวนี่กล้วยตาก  เอแคลร์กล้วยหอม  เค้กตะโก้กล้วยหอม  คุ้กกี้กล้วยตาก บาร์กล้วยตาก พายกล้วยหอม หรือจะเป็นเครื่องดื่ม สมู้ทตึ้กล้วยหอม  กล้วยหอมปั่น แม้แต่ไอศกรีมกล้วยหอมช็อกโกแลตชิพ ยังนำกล้วยมาเป็นส่วนสำคัญได้อย่างลงตัว  ตอนนี้ยังมีร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ นำกล้วยอบมาเป็นตัวชูโรงแคมเปญใหม่  ก็ได้รับการตอบรับจากนักทานไอศกรีมเป็นอย่างดี

   ต่างชาติ
กล้วยมีประโยชน์

 

ประโยชน์จากกล้วย

   กล้วยในเมืองไทย ที่นิยมรับประทานมีอยู่หลายพันธุ์  เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง  แต่สำหรับต่างชาติ  กล้วยที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นกล้วยหอม เพราะคุณสมบัติเรื่องกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์

   แต่กล้วยไม่ได้มีประโยชน์ในด้านการรับประทานอย่างเดียว  เรายังได้ประโยชน์จากด้านอื่นๆอีก  อาทิเช่น

สารอาหารที่ได้รับจากกล้วย  ได้แก่ 

- สารเทปโตแพน ( Trytophan ) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง  ร่างกายจะแปรไปเป็นสารซีโรโต  นิน ( Serotonin ) มีส่วนสำคัญต่อสมองส่วนการควบคุมอารมณ์ที่จะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ
- สารเซอโรโทนิน  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
- น้ำตาล  มีอยู่ 3 ชนิด  คือ ซูโครส ฟรักโทส  และกลูโคส   ที่ให้พลังงานเพราะร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้ในทันที
- เส้นใยอาหาร  ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
- ธาตุโพแทสเซียม ซึ่งช่วยควบคุมระบบความดันโลหิต ลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก
- นอกจากนี้ ยังมี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ไนอาซิน วิตามิน เอ บี1 บี2 บี6 และวิตามินซี

ด้านการใช้เป็นสมุนไพร   ต้นกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางสมุนไพรได้ทุกส่วน  ได้แก่ 

- ยางกล้วย ใช้เพื่อการห้ามเลือด
- ใบอ่อนของกล้วย  นำไปอังไฟพอนิ่ม ใช้ประคบแก้เคล็ดขัดยอก
- ก้านใบตอง  ตำให้แหลก ช่วยลดอาการบวมของฝี
- หัวปลี ทานเพื่อบำรุงน้ำนม และช่วยลดน้ำตาลในเลือด
- ผลดิบทั้งลูกบดกับน้ำสะอาดทานแก้ท้องเสีย
- ผลสุก ทานเป็นยาระบาย  ปรับระดับน้ำตาลในเลือด  แก้อาการซึมเศร้าหรืออาการเครียด
เปลือกกล้วย สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้

ด้านการประกอบอาหาร   ส่วนต่างๆของกล้วยนำมาประกอบอาหารได้แทบทั้งหมด  ได้แก่  หัวปลี  หยวกกล้วย โดยเฉพาะผลทั้งสุก ห่าม และดิบ

-  หัวปลีนำมาทานเป็น เครื่องเคียงน้ำพริกต่างๆ ต้มยำปลาช่อนใส่หัวปลี ผัดหัวปลีใส่หมู
-  หยวกกล้วย นำมาทำ แกงหยวกใส่ไก่ หมกฮวก หมกหมู (อาหารอีสาน)
-  ผลกล้วย ได้แก่   นอกจากจะนำมาทำขนม และของทานเล่นที่เรารู้จักกันดี  แม้แต่เบเกอรี** ยังสามารถนำกล้วยมาเป็นส่วนประกอบสำคัญได้ด้วย อาทิ เค้กกล้วยหอม บราวนี่กล้วยตาก  เอแคลร์กล้วยหอม  เค้กตะโก้กล้วยหอม  คุ้กกี้กล้วยตาก บาร์กล้วยตาก พายกล้วยหอม หรือจะเป็นเครื่องดื่ม สมู้ทตึ้กล้วยหอม  กล้วยหอมปั่น แม้แต่ไอศกรีมกล้วยหอมช็อกโกแลตชิพ ยังนำกล้วยมาเป็นส่วนสำคัญได้อย่างลงตัว  ตอนนี้ยังมีร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ นำกล้วยอบมาเป็นตัวชูโรงแคมเปญใหม่  ก็ได้รับการตอบรับจากนักทานไอศกรีมเป็นอย่างดี

   ต่างชาติ
กล้วยมีประโยชน์

 

ประโยชน์จากกล้วย

   กล้วยในเมืองไทย ที่นิยมรับประทานมีอยู่หลายพันธุ์  เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง  แต่สำหรับต่างชาติ  กล้วยที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นกล้วยหอม เพราะคุณสมบัติเรื่องกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์

   แต่กล้วยไม่ได้มีประโยชน์ในด้านการรับประทานอย่างเดียว  เรายังได้ประโยชน์จากด้านอื่นๆอีก  อาทิเช่น

สารอาหารที่ได้รับจากกล้วย  ได้แก่ 

- สารเทปโตแพน ( Trytophan ) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง  ร่างกายจะแปรไปเป็นสารซีโรโต  นิน ( Serotonin ) มีส่วนสำคัญต่อสมองส่วนการควบคุมอารมณ์ที่จะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ
- สารเซอโรโทนิน  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
- น้ำตาล  มีอยู่ 3 ชนิด  คือ ซูโครส ฟรักโทส  และกลูโคส   ที่ให้พลังงานเพราะร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้ในทันที
- เส้นใยอาหาร  ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
- ธาตุโพแทสเซียม ซึ่งช่วยควบคุมระบบความดันโลหิต ลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก
- นอกจากนี้ ยังมี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ไนอาซิน วิตามิน เอ บี1 บี2 บี6 และวิตามินซี

ด้านการใช้เป็นสมุนไพร   ต้นกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางสมุนไพรได้ทุกส่วน  ได้แก่ 

- ยางกล้วย ใช้เพื่อการห้ามเลือด
- ใบอ่อนของกล้วย  นำไปอังไฟพอนิ่ม ใช้ประคบแก้เคล็ดขัดยอก
- ก้านใบตอง  ตำให้แหลก ช่วยลดอาการบวมของฝี
- หัวปลี ทานเพื่อบำรุงน้ำนม และช่วยลดน้ำตาลในเลือด
- ผลดิบทั้งลูกบดกับน้ำสะอาดทานแก้ท้องเสีย
- ผลสุก ทานเป็นยาระบาย  ปรับระดับน้ำตาลในเลือด  แก้อาการซึมเศร้าหรืออาการเครียด
เปลือกกล้วย สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้

ด้านการประกอบอาหาร   ส่วนต่างๆของกล้วยนำมาประกอบอาหารได้แทบทั้งหมด  ได้แก่  หัวปลี  หยวกกล้วย โดยเฉพาะผลทั้งสุก ห่าม และดิบ

-  หัวปลีนำมาทานเป็น เครื่องเคียงน้ำพริกต่างๆ ต้มยำปลาช่อนใส่หัวปลี ผัดหัวปลีใส่หมู
-  หยวกกล้วย นำมาทำ แกงหยวกใส่ไก่ หมกฮวก หมกหมู (อาหารอีสาน)
-  ผลกล้วย ได้แก่   นอกจากจะนำมาทำขนม และของทานเล่นที่เรารู้จักกันดี  แม้แต่เบเกอรี** ยังสามารถนำกล้วยมาเป็นส่วนประกอบสำคัญได้ด้วย อาทิ เค้กกล้วยหอม บราวนี่กล้วยตาก  เอแคลร์กล้วยหอม  เค้กตะโก้กล้วยหอม  คุ้กกี้กล้วยตาก บาร์กล้วยตาก พายกล้วยหอม หรือจะเป็นเครื่องดื่ม สมู้ทตึ้กล้วยหอม  กล้วยหอมปั่น แม้แต่ไอศกรีมกล้วยหอมช็อกโกแลตชิพ ยังนำกล้วยมาเป็นส่วนสำคัญได้อย่างลงตัว  ตอนนี้ยังมีร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ นำกล้วยอบมาเป็นตัวชูโรงแคมเปญใหม่  ก็ได้รับการตอบรับจากนักทานไอศกรีมเป็นอย่างดี

   ต่างชาติ
กล้วยมีประโยชน์

 

ประโยชน์จากกล้วย

   กล้วยในเมืองไทย ที่นิยมรับประทานมีอยู่หลายพันธุ์  เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง  แต่สำหรับต่างชาติ  กล้วยที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นกล้วยหอม เพราะคุณสมบัติเรื่องกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์

   แต่กล้วยไม่ได้มีประโยชน์ในด้านการรับประทานอย่างเดียว  เรายังได้ประโยชน์จากด้านอื่นๆอีก  อาทิเช่น

สารอาหารที่ได้รับจากกล้วย  ได้แก่ 

- สารเทปโตแพน ( Trytophan ) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง  ร่างกายจะแปรไปเป็นสารซีโรโต  นิน ( Serotonin ) มีส่วนสำคัญต่อสมองส่วนการควบคุมอารมณ์ที่จะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ
- สารเซอโรโทนิน  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
- น้ำตาล  มีอยู่ 3 ชนิด  คือ ซูโครส ฟรักโทส  และกลูโคส   ที่ให้พลังงานเพราะร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้ในทันที
- เส้นใยอาหาร  ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
- ธาตุโพแทสเซียม ซึ่งช่วยควบคุมระบบความดันโลหิต ลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก
- นอกจากนี้ ยังมี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ไนอาซิน วิตามิน เอ บี1 บี2 บี6 และวิตามินซี

ด้านการใช้เป็นสมุนไพร   ต้นกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางสมุนไพรได้ทุกส่วน  ได้แก่ 

- ยางกล้วย ใช้เพื่อการห้ามเลือด
- ใบอ่อนของกล้วย  นำไปอังไฟพอนิ่ม ใช้ประคบแก้เคล็ดขัดยอก
- ก้านใบตอง  ตำให้แหลก ช่วยลดอาการบวมของฝี
- หัวปลี ทานเพื่อบำรุงน้ำนม และช่วยลดน้ำตาลในเลือด
- ผลดิบทั้งลูกบดกับน้ำสะอาดทานแก้ท้องเสีย
- ผลสุก ทานเป็นยาระบาย  ปรับระดับน้ำตาลในเลือด  แก้อาการซึมเศร้าหรืออาการเครียด
เปลือกกล้วย สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้

ด้านการประกอบอาหาร   ส่วนต่างๆของกล้วยนำมาประกอบอาหารได้แทบทั้งหมด  ได้แก่  หัวปลี  หยวกกล้วย โดยเฉพาะผลทั้งสุก ห่าม และดิบ

-  หัวปลีนำมาทานเป็น เครื่องเคียงน้ำพริกต่างๆ ต้มยำปลาช่อนใส่หัวปลี ผัดหัวปลีใส่หมู
-  หยวกกล้วย นำมาทำ แกงหยวกใส่ไก่ หมกฮวก หมกหมู (อาหารอีสาน)
-  ผลกล้วย ได้แก่   นอกจากจะนำมาทำขนม และของทานเล่นที่เรารู้จักกันดี  แม้แต่เบเกอรี** ยังสามารถนำกล้วยมาเป็นส่วนประกอบสำคัญได้ด้วย อาทิ เค้กกล้วยหอม บราวนี่กล้วยตาก  เอแคลร์กล้วยหอม  เค้กตะโก้กล้วยหอม  คุ้กกี้กล้วยตาก บาร์กล้วยตาก พายกล้วยหอม หรือจะเป็นเครื่องดื่ม สมู้ทตึ้กล้วยหอม  กล้วยหอมปั่น แม้แต่ไอศกรีมกล้วยหอมช็อกโกแลตชิพ ยังนำกล้วยมาเป็นส่วนสำคัญได้อย่างลงตัว  ตอนนี้ยังมีร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ นำกล้วยอบมาเป็นตัวชูโรงแคมเปญใหม่  ก็ได้รับการตอบรับจากนักทานไอศกรีมเป็นอย่างดี

   ต่างชาติ
กล้วยมีประโยชน์

 

ประโยชน์จากกล้วย

   กล้วยในเมืองไทย ที่นิยมรับประทานมีอยู่หลายพันธุ์  เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง  แต่สำหรับต่างชาติ  กล้วยที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นกล้วยหอม เพราะคุณสมบัติเรื่องกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์

   แต่กล้วยไม่ได้มีประโยชน์ในด้านการรับประทานอย่างเดียว  เรายังได้ประโยชน์จากด้านอื่นๆอีก  อาทิเช่น

สารอาหารที่ได้รับจากกล้วย  ได้แก่ 

- สารเทปโตแพน ( Trytophan ) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง  ร่างกายจะแปรไปเป็นสารซีโรโต  นิน ( Serotonin ) มีส่วนสำคัญต่อสมองส่วนการควบคุมอารมณ์ที่จะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ
- สารเซอโรโทนิน  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
- น้ำตาล  มีอยู่ 3 ชนิด  คือ ซูโครส ฟรักโทส  และกลูโคส   ที่ให้พลังงานเพราะร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้ในทันที
- เส้นใยอาหาร  ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
- ธาตุโพแทสเซียม ซึ่งช่วยควบคุมระบบความดันโลหิต ลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก
- นอกจากนี้ ยังมี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ไนอาซิน วิตามิน เอ บี1 บี2 บี6 และวิตามินซี

ด้านการใช้เป็นสมุนไพร   ต้นกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางสมุนไพรได้ทุกส่วน  ได้แก่ 

- ยางกล้วย ใช้เพื่อการห้ามเลือด
- ใบอ่อนของกล้วย  นำไปอังไฟพอนิ่ม ใช้ประคบแก้เคล็ดขัดยอก
- ก้านใบตอง  ตำให้แหลก ช่วยลดอาการบวมของฝี
- หัวปลี ทานเพื่อบำรุงน้ำนม และช่วยลดน้ำตาลในเลือด
- ผลดิบทั้งลูกบดกับน้ำสะอาดทานแก้ท้องเสีย
- ผลสุก ทานเป็นยาระบาย  ปรับระดับน้ำตาลในเลือด  แก้อาการซึมเศร้าหรืออาการเครียด
เปลือกกล้วย สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้

ด้านการประกอบอาหาร   ส่วนต่างๆของกล้วยนำมาประกอบอาหารได้แทบทั้งหมด  ได้แก่  หัวปลี  หยวกกล้วย โดยเฉพาะผลทั้งสุก ห่าม และดิบ

-  หัวปลีนำมาทานเป็น เครื่องเคียงน้ำพริกต่างๆ ต้มยำปลาช่อนใส่หัวปลี ผัดหัวปลีใส่หมู
-  หยวกกล้วย นำมาทำ แกงหยวกใส่ไก่ หมกฮวก หมกหมู (อาหารอีสาน)
-  ผลกล้วย ได้แก่   นอกจากจะนำมาทำขนม และของทานเล่นที่เรารู้จักกันดี  แม้แต่เบเกอรี** ยังสามารถนำกล้วยมาเป็นส่วนประกอบสำคัญได้ด้วย อาทิ เค้กกล้วยหอม บราวนี่กล้วยตาก  เอแคลร์กล้วยหอม  เค้กตะโก้กล้วยหอม  คุ้กกี้กล้วยตาก บาร์กล้วยตาก พายกล้วยหอม หรือจะเป็นเครื่องดื่ม สมู้ทตึ้กล้วยหอม  กล้วยหอมปั่น แม้แต่ไอศกรีมกล้วยหอมช็อกโกแลตชิพ ยังนำกล้วยมาเป็นส่วนสำคัญได้อย่างลงตัว  ตอนนี้ยังมีร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ นำกล้วยอบมาเป็นตัวชูโรงแคมเปญใหม่  ก็ได้รับการตอบรับจากนักทานไอศกรีมเป็นอย่างดี

   ต่างชาติ